กรรมาธิการตรวจพบความเสี่ยงร้ายแรงในโครงการรวมมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท — ตั้งแต่ร่าง TOR ที่เสี่ยงผูกขาด, การสืบราคากลางที่น่าสงสัย, ไปจนถึงการล็อกสเปกงบโฆษณาสนามบิน ก่อนที่ อว. จะรับปากรื้อ TOR ใหม่ทั้งหมดภายใน 2 เดือน
การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบความคุ้มค่า ความซ้ำซ้อน และความเสี่ยงในการล็อกสเปกของโครงการพัฒนาระบบแฟ้มทักษะดิจิทัล (Skill Portfolio) มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาทของทั้ง อว. และ สพฐ. กรรมาธิการท้วงติงอย่างหนักถึงร่าง TOR ที่ให้รัฐเป็นผู้เช่าระบบแทนเจ้าของ, บริษัทตู้เติมเงินที่เสนอราคากลางงานสื่อดิจิทัล, และเงื่อนไขแฝงให้โฆษณาบนจอสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ อว. รับปากรื้อ TOR ใหม่ทั้งหมดภายใน 2 เดือน โดยปรับให้รัฐเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มหลักและพิจารณาแจกเป็น "คูปอง" ให้ผู้เรียนแทน
ตรวจสอบโครงการ Digital Skill Credit Portfolio ของ สพฐ. (1,600 ล้านบาท) และ Skill Portfolio ของ อว. (5,400 ล้านบาท) ทั้งในด้านความเป็นเจ้าของสิทธิ์แพลตฟอร์ม, กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง, ความซ้ำซ้อนกับระบบเดิม (NDLP) และความเสี่ยงการผูกขาด
รัฐควรเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มหลัก (Core Platform) ไม่ใช่ผู้เช่า — เปลี่ยนงบจัดหาสื่อเป็นคูปองให้ผู้เรียนเลือกซื้อเองเพื่อเปิดตลาดเสรี — สพฐ. ควรชะลอโครงการรอ อว. รื้อ TOR ก่อน ป้องกันระบบเชื่อมกันไม่ได้