กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการเบิกจ่ายจริงของกองทุนยังล่าช้าและต่ำมากเพียงร้อยละ 11.55 ขณะที่ช่องว่างด้านบุคลากรทำให้สุ่มตรวจโครงการหลังส่งมอบได้เพียงปีละ 100 แห่ง จากกว่า 3,000 โครงการ จึงเสนอให้ปรับทิศทางกองทุนไปเน้นมาตรการอนุรักษ์พลังงาน (EE) ที่คุ้มค่ากว่าพลังงานทดแทน (RE)
การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามประเมินผลการจัดทำและบริหารงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (สกทอ.) โดยมีสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางร่วมชี้แจง กรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการเบิกจ่ายจริงยังคงล่าช้าและต่ำมากเพียงร้อยละ 11.55 จากกระบวนการอนุมัติระดับนโยบายที่หยุดชะงักตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นอกจากนี้กองทุนยังมีข้อจำกัดด้านบุคลากรจนสามารถสุ่มตรวจโครงการหลังส่งมอบได้เพียงปีละ 100 แห่งจากทั้งหมดกว่า 3,000 โครงการ ซึ่งกลายเป็นช่องโหว่สำคัญด้านการบำรุงรักษาอุปกรณ์ คณะกรรมาธิการจึงเสนอแนะให้กองทุนลดการสนับสนุนโครงการที่ซ้ำซ้อนกับงบประจำปี แล้วหันไปทุ่มเทงบประมาณเพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีและมาตรการประหยัดพลังงาน (EE) ที่คุ้มค่ากว่า
อัตราการเบิกจ่ายต่ำผิดปกติ (11.55%) ช่องว่างขนาดใหญ่ในการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์หลังติดตั้ง (สุ่มตรวจได้เพียงปีละ 100 จาก 3,000 กว่าโครงการ) และข้อเสนอเชิงนโยบายให้ยุบกองทุนหรือโอนภารกิจคืนสำนักงบประมาณ
เน้นย้ำว่าบุคลากรวิเคราะห์โครงการมีเพียง 13-15 คน ไม่สอดคล้องกับปริมาณโครงการนับหมื่น เสนอให้ปรับทิศทางกองทุนสู่มาตรการ EE และขอเอกสารข้อมูลโครงการย้อนหลังให้ครบถ้วนเพื่อตรวจสอบความคุ้มค่า